ก.ชนาฟาร์ม ไฮโดรโพนิกส์

ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ไร้สารพิษ ทุกระบบแบบครบวงจร

ผักไฮโดรโปนิกส์ (Hydropronics)

เป็นทางเลือกใหม่ในการดูแลสุขภาพของคนไทย ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก นอกจากปลอดภัยจากสารพิษตกค้างแล้วยังไม่มีกลิ่น และมั่นใจได้ว่าท่านจะได้รับประโยชน์และวิตามินต่างๆอย่างแน่นอน

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

Tuesday, January 20, 2015

ผักไฮโดรโปนิกส์ (Hydropronics)


 ผักไฮโดรโปนิกส์ (Hydropronics)
เป็นทางเลือกใหม่ในการดูแลสุขภาพของคนไทย ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก
นอกจากปลอดภัยจากสารพิษตกค้างแล้ว สีสันยังดูน่ารับประทาน 
คุณภาพสม่ำเสมอ พร้อมทั้งรสชาติที่กรอบอร่อย ไม่กลิ่น
ท่านจึงมั่นใจได้ว่าท่านจะได้รับประโยชน์และวิตามินต่างๆอย่างแน่นอน

  
  
  

Sublime นวัตกรรมใหม่ของวงการผักไฮโดรโปรนิกส์

Sublime นวัตกรรมใหม่ของวงการผักไฮโดรโปรนิกส์

พบกับตัวช่วยใหม่ Sublime เป็นนวัตกรรมใหม่ของวงการผักไฮโดรโปรนิกส์ ที่จะช่วยให้คุณ
ได้ประหยัดทั้งแรงและค่าตอบแทนสูง ไม่ต้องนั่งกรอก Perlife ให้ยุ่งยากอีกต่อไป
ซึ่ง BVB Sublime ทำจากโฟมที่มีปริมาณรูพรุนสูงที่เรียกว่า Polygrow BVB Sublime

เป็นสูตรพิเศษสำหรับพืชสวนที่ช่วยซึมซับน้ำให้ความชุ่มชื่นกับผักได้ตลอดเวลา

 

      

ประวัติการปลูกพืชไร้ดิน

ประวัติการปลูกพืชไร้ดิน

     การปลูกพืชไร้ดิน(hydropoincs) การปลูกพืชในระบบไฮโดรโพนิกส์
เข้ามาสู่ประเทศไทยเมื่อประมาณ 10 ปีมาแล้ว โดยชาวไต้หวัน นำเข้ามา
แนะนำให้ผู้ประกอบการคนไทยทำเป็นการค้าที่เรียกว่า "ผักลอยฟ้า"
ไฮโดรโพนิกส์ เข้ามามีบทบาทเพื่อแก้ปัญหาของการปลูกพืชในดิน
ซึ่งมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและวัชพืช รวมทั้งเชื้อโรคพืชที่อาศัยอยู่
ในดิน ทำให้เกิดสารพิษตกค้างในผลผลิตเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
และตัวเกษตรกรผู้ปลูก นอกจากนี้การปลูกพืชในดินยังต้องใช้น้ำมาก
ถ้าปราศจากแหล่งน้ำก็ก่อให้เกิดปัญหาในการเพาะปลูกอีกการปลูกพืช
ในดินต้องมีการเตรียมดิน ปรับสภาพดิน และต้องใช้ปุ๋ยเคมีสูตรต่างๆ
ตามอายุพืช "ไฮโดรโพนิกส์" จึงเป็นระบบการปลูกพืชที่เข้ามาแก้ปัญหา
ดังกล่าว แต่ทั้งนี้ไฮโดรโพนิกส์ก็เหมาะสมสำหรับพืชบางชนิดเท่านั้น
ไฮโดรโพนิกส์ เป็นการปลูกพืชไร้ดิน ในรูปแบบของการปลูกพืช ให้รากพืชแช่อยู่ในน้ำหรือสารละลายธาตุอาหารพืช

เทคโนโลยีการเกษตร การปลูกพืชไร้ดิน
       การปลูกผักอนามัยในสารละลายธาตุอาหารว่า การปลูกผัก
โดยไม่ใช้ดิน หรือ Soilless culture เป็นการปลูกผักโดยให้รากอยู่ใน
วัสดุปลูกที่ไม่ใช่ดิน ได้แก่
                 - การปลูกให้รากแช่อยู่ในน้ำ (water culture หรือ hydroponics)
                 - ปลูกให้รากอยู่ในอากาศ (aeroponics)
                 - ปลูกให้รากอยู่ในวัสดุปลูกอื่น ๆ (substrate culture)
                 ได้แก่ วัสดุอินทรีย์ เช่น ขุยมะพร้าว ขี้เถ้าแกลบ ขี้เลื่อย
                 วัสดุผสมต่าง ๆ และวัสดุอนินทรีย์ เช่น ทราย กรวด
                 ฟองน้ำ ใยหิน (rock wool) เพอไลท์ (perlite)
                 และเวอร์มิคูไลท์ (vermiculite) เป็นต้น
       ซึ่งการปลูกในวัสดุปลูกที่ไม่ใช่ดินเหล่านี้ ต้องให้สารละลายธาตุ
อาหารแก่พืชอย่างพอเหมาะและต่อเนื่อง จึงจะทำให้พืชเจริญเติบโต
การปลูกผักในลักษณะนี้ ถือเป็นการปลูกพืชแบบไร้ดิน (Soilless culture)
อีกวิธีหนึ่ง การปลูกพืชในสารละลายธาตุอาหารพืชมีหลายวิธี แต่ละวิธี
มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน วิธีที่ง่ายและสะดวกเป็นที่นิยมกันมี 2 วิธี คือ

- การปลูกพืชในสารละลายแบบไม่ไหลเวียน เป็นการปลูกแบบ
ให้รากแช่อยู่ในสารละลายธาตุอาหารที่มีเครื่องพ่นอากาศ
เป่าอากาศลงในสารละลายนั้น การปลูกในระบบนี้เป็นวิธี
ที่ทำได้ง่ายมาก เหมาะสำหรับปลูกในครัวเรือน เป็นงานอดิเรก
หรือเป็นงานทดลองภาชนะที่ปลูก อาจจะเป็นภาชนะเดี่ยว
หรือเป็นกระบะรวม การปลูกในภาชนะเดี่ยว
มีข้อดี คือ ไม่ต้องเสี่ยงกับความเสียหายทั้งหมด ในกรณีที่มี
โรคติดมากับรากพืชที่ปลูก ความเสียหายจะเกิดเฉพาะต้นที่เป็น
โรคเท่านั้นและการเคลื่อนย้ายภาชนะปลูกสามารถทำได้ง่าย
แต่มีข้อเสีย คือ อาจต้องสิ้นเปลืองแรงงานมากกว่า

- การปลูกในสารละลายแบบไหลเวียน (Nutrient Flow
Tecnnique หรือ NFT) เป็นวิธีให้รากแช่อยู่ในสารละลาย
ที่ไหลเวียนภายในภาชนะปลูกรวม โดยใช้ปั๊มทำการผลักดัน
ให้สารละลายเกิดการไหลเวียน มี 2 แบบ คือ
แบบสารละลายไหลผ่านรากพืชเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ ตามความลาดชัน
ของรางปลูก (Nutrient Flow Tecnnique) และระบบสารละลาย
ไหลผ่านรากพืชอย่างต่อเนื่อง (Natrient Flow Tecnnique)
การปลูกในระบบนี้สารละลายธาตุอาหารที่ไหลผ่านรากพืช
จะไหลลงสู่ถังภาชนะบรรจุ แล้วถูกสูบด้วยปั้มน้ำขึ้นมาให้พืชได้ใช้ใหม่
โดยวิธีนี้จะสามารถใช้ประโยชน์จากสารละลายธาตุอาหารได้
อย่างมีประสิทธิภาพ การนำสารละลายธาตุอาหารกลับมาใช้ใหม่
จึงเป็นวิธีที่ประหยัด และไม่เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
จากสารละลายเหลือใช้ แต่ข้อเสียของระบบนี้คือ ถ้าเกิดโรคที่
ติดมากับรากพืช จะทำให้แพร่กระจายได้มากและรวดเร็ว
จากการที่รากแช่อยู่ในสารละลายเดียวกัน ซึ่งยากที่จะกำจัด
หรือรักษาให้หายได้ การแพร่ระบาดของโรคอย่างรุนแรง
ทำความเสียหายแก่พืชที่ปลูกไว้ทั้งหมด

ประโยชน์ของการปลูกพืชไร้ดิน

ประโยชน์ของการปลูกพืชไร้ดิน

1.ช่วยป้องกันมลพิษที่จะบังเกิดขึ้นแก่พื้นดินจากสารเคมี
เช่น ปุ๋ยยาป้องกันกำจัดศัตรูพืช และสารปราบวัชพืช
2.ช่วยประหยัดปุ๋ย เพราะการใส่ปุ๋ยลงในดินโดยตรง
ย่อมมีส่วนที่สูญเสียไปกับดินอย่างเปล่าประโยชน์และยังมีผล
ทำให้คุณสมบัติของดินเปลี่ยนแปลงไปจากธรรมชาติอีกด้วย
3.ช่วยประหยัดแรงงานและค่าใช้จ่ายในด้านเครื่องมือกล
4.เป็นระบบที่ประหยัดน้ำในการปลูกพืชน้ำที่เก็บไว้ในภาชนะปลูก
จะถูกใช้ไปในการเจริญเติบโตของพืช อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
มีทางรั่วไหลน้อยที่สุด
5.สามารถควบคุมการเจริญเติบโต การออกดอกออกผลของพืชให้
เป็นไปตามเวลาที่ต้องการได้
6.ใช้พื้นที่ในการเพาะปลูกน้อยแต่ได้ผลผลิตสูง
7.พืชผักที่ปลูกโดยวิธีนี้จะสด สะอาด มีแร่ธาตุสูง และ ไม่มีพิษ
ตกค้างจากสารฆ่าแมลงข้อดีและข้อจำกัดของการปลูกพืชไร้ดิน

ผลของการปลูกพืชระบบไฮโดรโพนิกส์

ผลของการปลูกพืชระบบไฮโดรโพนิกส์
 
        การปลูกพืชโดยไร้ดินได้รับการพัฒนาในต่างประเทศ
เพื่อแก้ปัญหาการปลูกพืชในโรงเรือนโดยการใช้ดินที่มีความยุ่งยาก
และสิ้นเปลืองแรงงานในการปฏิบัติและเสี่ยงต่อการระบาด
ของโรค-แมลง ดังนั้นการปลูกพืชโดยไร้ดินนี้จึงอาจไม่ได้มีประโยชน์
หรือเกิดผลดีต่อการปลูกพืชในสถานการณ์อื่น ๆ เสมอไป
จึงควรต้องพิจารณาแล้วแต่ความจำเป็นและเหมาะสมกับสภาพปัญหา
ในแต่ละแห่ง อย่างไรก็ตามการปลูกพืชโดยไร้ดินโดยทั่วไปก็มี
ข้อดีและข้อเสียในตัวเอง ดังต่อไปนี้

ข้อดี

• เป็นระบบที่ช่วยให้สามารถปลูกพืชในแหล่งที่ดินอาจไม่เหมาะ
แก่การปลูกพืชหรือขาดน้ำได้
• เป็นระบบที่ทำให้พืชเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เพราะได้รับ
น้ำและอาหารอย่างพอเพียงและตลอดเวลา

• เป็นระบบที่สามารถให้จำนวนต้นต่อพื้นที่ได้มาก ทำให้ประหยัด
พื้นที่และยังได้ผลผลิตต่อหน่วยพื้นที่สูง
• เป็นระบบที่ให้ผลผลิตที่สะอาด เนื่องจากไม่มีการใช้ดิน
สามารถลดขั้นตอนการทำความสะอาดที่ทำให้ผลผลิต
ต้องโดนน้ำและมีโอกาสเน่าเสียได้

• เป็นระบบที่สามารถหลีกเลี่ยงหรือลดการใช้สารเคมี
ในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชได้ ทำให้ผลผลิตปลอดภัย
ต่อสารเคมีตกค้าง

• เป็นระบบที่ไม่ต้องมีการเตรียมดิน ใส่ปุ๋ย ฉีดยา ทำให้ประหยัด ค่าแรงงานและเวลา